เจาะลึก Astable Multivibrator: วงจรกำเนิดคลื่นสี่เหลี่ยมสุดเบสิก ทำงานอย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งทริกเกอร์?
Highlight
Astable Multivibrator หรือ Free-running Multivibrator คือวงจรกำเนิดสัญญาณชนิด Relaxation Oscillator (วงจรออสซิลเลเตอร์ที่สร้างสัญญาณจากการชาร์จและคายประจุของตัวเก็บประจุ) ซึ่งสามารถทำงานและสร้างสัญญาณได้เองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีสัญญาณภายนอกมากระตุ้น
วงจรจะสลับสถานะ ON/OFF ไปมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดสัญญาณไฟฟ้าที่มีลักษณะเป็น คลื่นสี่เหลี่ยม (Square Wave) ออกมาอย่างสม่ำเสมอ
หลักการทำงานสำคัญอาศัย การชาร์จและคายประจุของตัวเก็บประจุ (Capacitor) ร่วมกับค่าความต้านทาน (Resistor) ภายในวงจร ซึ่งค่าของ R และ C จะมีผลต่อความถี่หรือความเร็วในการสลับสถานะของสัญญาณ
ด้วยคุณสมบัตินี้ Astable Multivibrator จึงนิยมนำไปประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ เช่น วงจรไฟกะพริบ วงจรเสียงเตือน วงจรสร้างพัลส์ และวงจรกำหนดจังหวะเวลา (Timing Circuit)
พูดง่าย ๆ คือ วงจรนี้สามารถสร้างสัญญาณ ON/OFF สลับกันได้เองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องมีสัญญาณ Trigger จากภายนอก
หลักการทำงาน Astable Multivibrator:
ในการออกแบบและศึกษาเกี่ยวกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ Astable Multivibrator ถือเป็นหนึ่งในวงจรพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยวงจรชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Free-running Multivibrator (วงจรสร้างสัญญาณอิสระ) เนื่องจากตัววงจรจะสร้างสัญญาณเอาต์พุตสลับไปมาระหว่างระดับแรงดันไฟฟ้าสองระดับได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องมีสัญญาณอินพุตจากภายนอกมาคอยกระตุ้นเลย
ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจโครงสร้าง หลักการทำงานทีละขั้นตอน และลักษณะของสัญญาณเอาต์พุตที่ได้จากวงจรนี้กันครับ
โครงสร้างพื้นฐานของวงจร Astable Multivibrator

หากพิจารณาโครงสร้างภาพรวมดังแสดงใน รูปที่ 1 ตัววงจรจะประกอบด้วยวงจรขยายสัญญาณ 2 ชุดที่เชื่อมต่อกันในลักษณะป้อนกลับเชิงบวก (Regenerative Feedback)
อุปกรณ์หลักๆ ในวงจรประกอบด้วย:
• ทรานซิสเตอร์ ( , ) : สลับกันทำหน้าที่นำกระแส (ON / Saturated) และหยุดนำกระแส (OFF / Cutoff)
• ตัวเก็บประจุ ( ) และ ตัวต้านทาน ( ) : กำหนดช่วงเวลาในการสลับสถานะ
• จุดสังเกตสำคัญ: วงจรนี้มีจุดต่อเอาต์พุต 2 ช่อง (Output 1 และ Output 2) แต่ไม่มีอินพุตป้อนเข้ามาเลย
วงจรเริ่มทำงานได้อย่างไร?
เนื่องจากวงจรถูกออกแบบให้มีความสมมาตร (Symmetrical) กล่าวคือ และ เมื่อเราจ่ายไฟเข้าวงจร จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุได้แน่นอนว่าทรานซิสเตอร์ตัวใดจะเริ่มนำกระแสก่อน
เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์วงจร เราจะสมมติให้ เริ่มทำงานจนอิ่มตัว (Saturate) และ หยุดนำกระแส (Cutoff) ทันทีที่จ่ายไฟเข้าวงจร
ขั้นตอนที่ 1: ช่วงเวลาที่ Q1 นำกระแส (Q1 Saturated)
![Astable multivibrator (Q1 saturated)]](https://bunpajarn.com/wp-content/uploads/2026/09/Fig-2-astable-multivibrator-q1-saturated_cw.webp)
พิจารณาสภาวะจาก Q1 นำกระแส :
- การไหลของกระแส: กระแสหลักทั้งหมดในวงจรจะไหลผ่าน เนื่องจาก อยู่ในสภาวะอิ่มตัว จึงแทบไม่มีความต้านทานต่อการไหลของกระแส
- การชาร์จของ : ตัวเก็บประจุ จะเริ่มทำการประจุไฟฟ้า (Charge) โดยอัตราเร็วในการชาร์จของ จะขึ้นอยู่กับค่าคงที่เวลา (Time Constant) ของคู่ และ ตามสูตร
- การเพิ่มขึ้นของแรงดันที่เบส : เมื่อ นำกระแส กระแสไฟจะไหลผ่าน เพื่อชาร์จตัวเก็บประจุ ทำให้แรงดันไฟฟ้าคร่อม ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้นแรงดันที่ด้านซึ่งต่อกับขาเบส (Base) ของ จึงค่อย ๆ สูงขึ้นเป็นบวกเรื่อย ๆ จนมากพอที่จะทำให้ Q2 เริ่มนำกระแส
- ถึงจุดที่ เปิดการทำงาน: เมื่อเวลาผ่านไปตามค่าคงที่เวลา แรงดันบวกที่ขาเบสของ จะสูงพอที่จะทำให้ เปลี่ยนสถานะจากหยุดนำกระแส (Cutoff) มาเป็นเริ่มนำกระแส (Saturated)
ขั้นตอนที่ 2: สลับสภาวะไปยัง Q2 (Q2 Saturated)

เมื่อแรงดันไฟฟ้าที่ฝั่งขวาของ สูงขึ้นจนกระตุ้นให้ เริ่มนำกระแส เหตุการณ์ถัดไปจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบจะทันที ดังแสดงใน รูปที่ 3:
- อิ่มตัว: นำกระแสและเข้าสู่สภาวะอิ่มตัว (Saturate) อย่างรวดเร็ว ทำให้แรงดันไฟฟ้าที่ Output 2 ตกลงจากประมาณ ไปอยู่ที่ประมาณ 0 โวลต์
- หยุดนำกระแส: เมื่อ เริ่มนำกระแส แรงดันที่เอาต์พุตจะลดลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แรงดันที่ขาเบสของ ลดลงตามผ่านการทำงานของตัวเก็บประจุ ส่งผลให้ หยุดนำกระแส (Cutoff) ทันที
- สถานะของทรานซิสเตอร์สลับกัน: เมื่อ นำกระแส วงจรจะเข้าสู่อีกสถานะหนึ่ง ซึ่งเป็นตรงข้ามกับช่วงก่อนหน้า โดยตอนนี้ หยุดนำกระแส (Cutoff) ขณะที่ นำกระแสเต็มที่ (Saturation)
- การชาร์จของ : ฝั่งซ้ายของตัวเก็บประจุ จะเริ่มสะสมแรงดันบวกเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร็วที่กำหนดโดยค่าคงที่เวลา
- วนกลับสภาวะเดิม: เมื่อขาเบสของ มีแรงดันบวกสูงพอ จะกลับมานำกระแส (Saturate) อีกครั้ง และดันให้ กลับไปอยู่ในสถานะ Cutoff วงจรจะสลับไปมาเช่นนี้เรื่อยๆ ตราบใดยังมีไฟเลี้ยง

หากเรานำออสซิลโลสโคปไปจับสัญญาณที่เอาต์พุตของทรานซิสเตอร์ ดังเช่นสัญญาณจาก Q2 ในรูปที่ 4 จะพบว่า:
– แรงดันไฟฟ้าเอาต์พุตจะแกว่งสลับไปมาระหว่างประมาณ 0 โวลต์ กับ โดยจะแช่อยู่ในแต่ละระดับแรงดันเป็นระยะเวลาหนึ่งที่แน่นอน
– รูปแบบคลื่น: สัญญาณที่ได้จะมีลักษณะเป็น คลื่นรูปสี่เหลี่ยม (Square Wave หรือ Rectangular Wave)
การประยุกต์ใช้งาน:
◦ หากวงจรถูกออกแบบให้ช่วงเวลาที่แรงดันอยู่ในระดับสูง() เท่ากับช่วงเวลาของแรงดันต่ำ (0 โวลต์) จะได้ Duty Cycle 50%
◦ หากต้องการให้ช่วงเวลาในระดับสูงและระดับต่ำแตกต่างกัน สามารถปรับค่าของตัวต้านทาน R และตัวเก็บประจุ C เพื่อกำหนดช่วงเวลาของแต่ละระดับได้ตามต้องการ
การคำนวณคาบเวลาและความถี่ (Time Period and Frequency)
วงจร Astable Multivibrator จะสลับการทำงานระหว่างทรานซิสเตอร์ทั้งสองตัว โดยในแต่ละช่วงเวลาจะมีทรานซิสเตอร์หนึ่งตัวนำกระแส ขณะที่อีกตัวหยุดนำกระแส
ระยะเวลาที่วงจรอยู่ในแต่ละสถานะจะขึ้นอยู่กับการชาร์จของตัวเก็บประจุผ่านตัวต้านทาน โดยสามารถคำนวณได้จากค่า RC ดังนี้:
- ระยะเวลาที่ นำกระแส (t1):
- ระยะเวลาที่ นำกระแส (t2):
เมื่อครบทั้งสองช่วง จะถือว่าวงจรทำงานครบหนึ่งรอบ ดังนั้นคาบเวลาของสัญญาณคือ:
- คาบเวลาของสัญญาณ ():
หากกำหนดให้ และ ทรานซิสเตอร์ทั้งสองตัวจะนำกระแสเป็นระยะเวลาเท่ากัน ทำให้สัญญาณเอาต์พุตมีช่วง High และ Low เท่ากัน หรือเรียกว่า สัญญาณแบบสมมาตร (Symmetrical Waveform) และสูตรคำนวณความถี่
หมายเหตุ:
มีหน่วยเป็น โอห์ม
มีหน่วยเป็น ฟารัด
มีหน่วยเป็น วินาที
มีหน่วยเป็น เฮิรตซ์ ()

หากกำหนดให้ และ/หรือ ทรานซิสเตอร์ทั้งสองตัวจะนำกระแสเป็นระยะเวลาไม่เท่ากัน ทำให้สามารถกำหนด Duty Cycle ของสัญญาณเอาต์พุตได้ ดังแสดงในรูปที่ 6

Bunpajarn Insight
จุดเด่นสำคัญของ Astable Multivibrator คือความง่ายและประหยัด เนื่องจากใช้อุปกรณ์พื้นฐานเพียงทรานซิสเตอร์ ตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุ ก็สามารถสร้างวงจรกำเนิดความถี่สี่เหลี่ยมได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาไอซีซับซ้อน เหมาะมากสำหรับงานไฟกระพริบ วงจรเสียงสัญญาณเตือน หรือใช้เป็น Clock สำหรับวงจรดิจิทัลระดับเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม วงจรนี้มีข้อจำกัดด้านความแม่นยำสูง เพราะความถี่ขึ้นอยู่กับค่า R และ C ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนตามอุณหภูมิและคุณภาพของอุปกรณ์ค่อนข้างมาก อีกทั้งรูปคลื่นตรงขา Collector มักไม่เป็นสี่เหลี่ยมแบบคมกริบเนื่องจากจังหวะชาร์จประจุ หากนำไปใช้ในงานที่ต้องการความถี่เสถียรสูงหรือต้องการสัญญาณนาฬิกาเป๊ะๆ การขยับไปใช้ไอซีสำเร็จรูปอย่าง IC 555 หรือวงจร Crystal Oscillator จะตอบโจทย์ได้สมบูรณ์แบบกว่า
Written by Pawinphat Charoenrat
Reference :
Electronics-tutorials.ws
Ecstudiosystems.com
Bunpajarn | Learn • Share • Grow Together.
พื้นที่สำหรับคนที่รักและสนใจ Electronics & Embedded
