จับตา Wearables ยุค AI จาก Smartwatch สู่ Smart Glasses ตลาดรวมจ่อแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์
ไฮไลต์ข่าว
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้บริโภค (Consumer Wearables) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Counterpoint Research คาดว่ารายได้จะขยายตัวเฉลี่ย 12% ต่อปีในช่วงปี 2026–2032 และสร้างรายได้สะสมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Smart Eyewear, Smart Ring และ AI Pendant จะเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด จากกระแสการใช้งาน AI การติดตามสุขภาพแบบต่อเนื่อง และการพัฒนาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสมาร์ตโฟนตลอดเวลา
รายละเอียด
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้บริโภคกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่ไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนเครื่องที่ขายได้ แต่ให้ความสำคัญกับมูลค่าและความสามารถของอุปกรณ์มากขึ้น โดย Counterpoint Research ระบุในรายงาน Global Consumer IoT Wearables Tracker 2024–2032 ว่า ตลาด Consumer Wearables จะสร้างรายได้สะสมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างปี 2026–2032
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงขึ้นและมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่สามารถติดตามสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้ของตลาดมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยถึง 12% ต่อปี (CAGR) ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่จำนวนการจัดส่งเติบโตประมาณ 6% ต่อปี
กลุ่ม Smart Hearables และ Smartwatch จะยังคงเป็นตลาดหลัก ด้วยฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก ฟีเจอร์ติดตามสุขภาพที่พัฒนาเพิ่มขึ้น และการนำ AI เข้ามาช่วยสร้างรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุด ได้แก่ Smart Pendant, Smart Ring และ Smart Eyewear แม้ Smart Pendant จะยังเริ่มต้นจากฐานตลาดที่มีขนาดเล็กก็ตาม
Smart Eyewear เติบโตเด่น คาดรายได้แตะ 44,000 ล้านดอลลาร์
Smart Eyewear หรือแว่นตาอัจฉริยะ ทั้งในรูปแบบ AR Glasses และ Smart Glasses เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจับตามองที่สุด โดย Counterpoint Research คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2032 หรือคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของรายได้ทั้งหมดในตลาด Wearables
จุดเด่นของแว่นตาอัจฉริยะอยู่ที่การรวม กล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และจอแสดงผล เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถสื่อสาร แปลภาษา นำทาง หรือรับข้อมูลและความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งานบ่อยครั้ง
ขณะเดียวกัน Display-less AI Glasses หรือแว่นตา AI ที่ไม่มีจอแสดงผล จะมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ด้วยรูปแบบที่ใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และเน้นการใช้งานผ่านกล้องและระบบเสียง
ส่วน AR Display Glasses จะเน้นสร้างมูลค่าจากการแสดงข้อมูลดิจิทัลซ้อนทับบนโลกจริง เช่น งานด้าน Productivity การนำทาง การฝึกอบรม และความบันเทิง เมื่อทั้งสองแนวทางเติบโตไปพร้อมกัน จะช่วยขยายฐานผู้ใช้งานและเพิ่มศักยภาพด้านรายได้ของตลาด Smart Eyewear
AI Pendant และ Smart Ring ขึ้นแท่นกลุ่มเติบโตเร็ว
หลังจาก Smart Eyewear แล้ว AI Pendant และ Smart Ring จะเป็นอีกสองกลุ่มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดเด่นจากรูปแบบการออกแบบที่ไม่รบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวัน ความสามารถในการให้ความช่วยเหลือแบบ Always-on และเซนเซอร์ที่สามารถตรวจจับข้อมูลได้อย่างแม่นยำ
การนำ AI เข้ามาใช้งานยังช่วยให้อุปกรณ์เหล่านี้ก้าวข้ามบทบาทของอุปกรณ์เสริมทั่วไป ไปสู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวและอุปกรณ์สำหรับติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
Anshika Jain จาก Counterpoint Research กล่าวว่า ตลาด Wearables กำลังเข้าสู่ช่วงที่ “มูลค่า” มีความสำคัญมากขึ้น โดยรายได้เติบโตถึง 12% ขณะที่จำนวนการจัดส่งเติบโตเพียง 6% สะท้อนว่าผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปเลือกอุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสุขภาพได้ตลอดเวลา
แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งานเพื่อ Fitness ไปสู่ Preventive Healthcare หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น กล่าวคือ อุปกรณ์สามารถตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนผู้ใช้ได้ก่อนที่ผู้ใช้จะสังเกตเห็นปัญหาด้วยตัวเอง
เมื่อ Wearables กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นประจำมากขึ้น และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ตลาด Wearables กำลังกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจมูลค่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2032
Smartwatch และ TWS ยังครองตลาดหลัก
แม้ตลาดใหม่อย่าง Smart Eyewear และ Smart Ring จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ Smartwatch และ TWS (True Wireless Stereo) จะยังคงเป็นสองกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมกันประมาณ 558,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2026–2032
ความแข็งแกร่งของทั้งสองตลาดมาจากฐานผู้ใช้งานที่มีอยู่จำนวนมาก ความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องเดิม รวมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งด้านสุขภาพ การสื่อสาร และความบันเทิง นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากการเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของสมาร์ตโฟนอย่างใกล้ชิด
สำหรับ Smartwatch การพัฒนา ฮาร์ดแวร์ระดับพรีเมียม การรองรับ Cellular เซนเซอร์สุขภาพขั้นสูง และ On-device AI จะช่วยผลักดันราคาขายเฉลี่ย (ASP) ให้สูงขึ้น พร้อมขยายบทบาทของ Smartwatch จากอุปกรณ์ติดตามกิจกรรม ไปสู่แพลตฟอร์มสำหรับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการประมวลผลส่วนบุคคล
ขณะที่การเติบโตด้านมูลค่าของตลาด TWS อาจถูกจำกัดมากกว่า เนื่องจากฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์เริ่มมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น และการแข่งขันด้านราคายังคงอยู่ในระดับสูง
การแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันที่สเปก
Counterpoint Research มองว่า เมื่อการแข่งขันในตลาด Wearables เดินหน้าไปมากขึ้น ความได้เปรียบทางธุรกิจจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการนำเสนอ สเปกของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การควบคุมและสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง
ผู้ผลิต OEM ที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น พร้อมสร้างระบบจัดการข้อมูลที่ผู้ใช้ไว้วางใจ มี Ecosystem สำหรับนักพัฒนา และสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม จะมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และต่อยอดมูลค่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้มากกว่า
ดังนั้น ทิศทางของตลาด Wearables ในช่วงหลายปีข้างหน้าจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างอุปกรณ์ที่ “ฉลาดขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่กำลังมุ่งไปสู่การสร้าง ระบบนิเวศอัจฉริยะที่สามารถติดตามสุขภาพ ช่วยเหลือผู้ใช้ และทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดมูลค่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2032
ภาคผนวก: ทำความรู้จักกับอุปกรณ์ Smart Wearables ประเภทต่าง ๆ
Smart Hearables คืออะไร?
Smart Hearables คืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบริเวณหู เช่น หูฟังไร้สาย หูฟังแบบ In-ear และอุปกรณ์ช่วยฟังอัจฉริยะ โดยผสานระบบประมวลผล เซนเซอร์ ไมโครโฟน และการเชื่อมต่อไร้สายเข้ากับอุปกรณ์ขนาดเล็ก
นอกจากการใช้งานสำหรับฟังเพลงหรือรับสายแล้ว Smart Hearables ยังสามารถรองรับฟังก์ชันอัจฉริยะได้หลากหลาย เช่น ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) การรับคำสั่งเสียง การตรวจจับเสียงรอบข้าง การแปลภาษา และการทำงานร่วมกับ AI Assistant
ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ผู้ผลิตยังเริ่มนำเซนเซอร์และ AI เข้ามาเพิ่มความสามารถด้าน สุขภาพและการติดตามผู้ใช้งาน เช่น การตรวจจับกิจกรรม การติดตามข้อมูลบางประเภทจากร่างกาย หรือการวิเคราะห์รูปแบบการใช้งาน ซึ่งช่วยให้ Hearables ก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “หูฟัง” ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Wearable และ Personal Computing
อีกจุดเด่นของ Smart Hearables คือ การเชื่อมต่อกับ Smartphone และ Ecosystem อื่น ๆ ทำให้สามารถรับข้อมูลจากอุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการประมวลผลแบบ On-device AI ก็มีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อคำสั่งหรือประมวลผลข้อมูลบางส่วนได้โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง Cloud
ด้วยฐานผู้ใช้งานที่มีอยู่จำนวนมากและรูปแบบการใช้งานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Smart Hearables จึงยังคงเป็นหนึ่งใน หมวดหมู่หลักของตลาด Consumer Wearables และมีแนวโน้มพัฒนาจากอุปกรณ์สำหรับเสียงและการสื่อสาร ไปสู่แพลตฟอร์มสำหรับ AI, สุขภาพ และการประมวลผลส่วนบุคคล มากขึ้นในอนาคต

Smartwatch คืออะไร?
Smartwatch หรือ นาฬิกาอัจฉริยะ คืออุปกรณ์สวมใส่ที่มีรูปลักษณ์คล้ายนาฬิกาข้อมือ แต่ภายในติดตั้งระบบประมวลผล เซนเซอร์ และระบบปฏิบัติการ ทำให้สามารถทำงานได้มากกว่าการแสดงเวลา โดยสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ ผ่าน Bluetooth, Wi-Fi หรือเครือข่าย Cellular ในบางรุ่น
ฟังก์ชันพื้นฐานของ Smartwatch ครอบคลุมทั้ง การแจ้งเตือน การรับสายและข้อความ การควบคุมเพลง การติดตามกิจกรรม และการใช้งานแอปพลิเคชัน ขณะเดียวกัน Smartwatch รุ่นใหม่ยังให้ความสำคัญกับการติดตามสุขภาพมากขึ้น โดยมีเซนเซอร์สำหรับตรวจวัดข้อมูลต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ระดับออกซิเจนในเลือด และกิจกรรมทางกาย ทั้งนี้ ความสามารถและความแม่นยำจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือการนำ AI และ On-device AI เข้ามาเสริมความสามารถของ Smartwatch ทำให้อุปกรณ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและให้บริการที่เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น เช่น การวิเคราะห์รูปแบบการออกกำลังกาย การติดตามแนวโน้มสุขภาพ หรือการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ
Smartwatch ยังมีบทบาทมากขึ้นในด้าน Preventive Healthcare หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เนื่องจากสามารถเก็บข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นแนวโน้มของสุขภาพได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Smartwatch ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยตรง
ในตลาด Consumer Wearables นั้น Smartwatch ยังคงเป็นหนึ่งใน หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก มีความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง และสามารถใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่การสื่อสาร สุขภาพ การออกกำลังกาย ไปจนถึงการทำงานร่วมกับ Ecosystem ของสมาร์ตโฟน
ทิศทางในอนาคตจึงมีแนวโน้มที่ Smartwatch จะพัฒนาจาก “นาฬิกาที่ฉลาดขึ้น” ไปสู่ แพลตฟอร์ม Personal Computing ขนาดเล็กบนข้อมือ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ การสื่อสาร AI และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

Smart Pendant คืออะไร?
Smart Pendant คืออุปกรณ์อัจฉริยะขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้สวมใส่บริเวณคอหรือห้อยติดกับเสื้อผ้าในลักษณะคล้ายจี้ โดยภายในอาจติดตั้งเซนเซอร์ ไมโครโฟน ลำโพง และระบบประมวลผลสำหรับรองรับฟังก์ชันต่าง ๆ
จุดเด่นของ Smart Pendant คือการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องถืออุปกรณ์ไว้ในมือ โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาช่วยเป็นผู้ช่วยส่วนตัว เช่น รับคำสั่งเสียง ตอบคำถาม บันทึกข้อมูล หรือให้ข้อมูลตามบริบทของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังสามารถนำเซนเซอร์มาใช้ติดตามข้อมูลด้านสุขภาพและกิจกรรมของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย
ด้วยขนาดที่เล็กและรูปแบบการใช้งานที่ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน Smart Pendant จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบอุปกรณ์ที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนา AI แบบ Always-on ในอนาคต

Smart Ring คืออะไร?
Smart Ring หรือแหวนอัจฉริยะ คืออุปกรณ์สวมใส่ขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้สวมบริเวณนิ้วมือ โดยภายในติดตั้งเซนเซอร์สำหรับเก็บข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายและกิจกรรมของผู้ใช้งาน
ฟังก์ชันที่พบได้ใน Smart Ring มักเน้นไปที่การ ติดตามสุขภาพและการนอนหลับ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย ระดับกิจกรรม การนอนหลับ และข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถนำไปวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพของผู้สวมใส่ได้
ข้อได้เปรียบสำคัญของ Smart Ring คือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และสามารถสวมใส่ได้ตลอดวัน ทำให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกว่าเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่ต้องพกติดตัว
ในระยะต่อไป การผสาน AI เข้ากับข้อมูลจากเซนเซอร์ จะช่วยให้ Smart Ring ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบันทึกข้อมูล แต่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแจ้งเตือนความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดที่กำลังเปลี่ยนจากการติดตามสุขภาพทั่วไปไปสู่ Preventive Healthcare หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

Smart Eyewear คืออะไร?
Smart Eyewear หรือแว่นตาอัจฉริยะ คืออุปกรณ์สวมใส่ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะมาติดตั้งไว้ในรูปแบบแว่นตา ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันต่าง ๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งาน
โดยทั่วไป Smart Eyewear สามารถประกอบด้วย กล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และจอแสดงผล ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความสามารถของผลิตภัณฑ์
Smart Eyewear สามารถแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 2 แนวทางสำคัญ ได้แก่
Display-less AI Glasses เป็นแว่นตาที่ไม่มีจอแสดงผล โดยเน้นการทำงานผ่านกล้อง ระบบเสียง และ AI เช่น การสั่งงานด้วยเสียง ถ่ายภาพ บันทึกเสียง แปลภาษา หรือรับข้อมูลจาก AI เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป
ส่วน AR Glasses หรือแว่นตา Augmented Reality จะเพิ่มจอแสดงผลที่สามารถนำข้อมูลดิจิทัลมาแสดงซ้อนทับกับภาพจากโลกจริง เช่น ข้อมูลนำทาง ข้อมูลสำหรับการทำงาน การฝึกอบรม หรือความบันเทิง
จุดเด่นของ Smart Eyewear คือการทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้ามาอยู่ในมุมมองและบริบทของผู้ใช้งานได้โดยตรง ลดการพึ่งพาสมาร์ตโฟน และเปิดทางให้เกิดรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ เช่น **การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การนำทาง การสื่อสาร และ AI Assistant แบบ Hands-free

Translated and edited by Bunpajarn
Wearables |
